วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561



    สูตรผัดซีอิ๊วหมู รสเด็ด ทำกินได้ทำขายดี

สูตรอาหารจานเดียว "ผัดซีอิ้ว" เป็นเมนูอาหารที่ทำง่ายๆ สะดวก แถมอร่อยอีกต่างหาก ทานกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เคล็ดลับความอร่อยของเมนูผัดซีอิ้วนี้อยู่ที่การผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวให้เข้ากันดีกับเครื่องปรุงและส่วนผสม ส่วนหมูที่ใช้ก็ควรใช้หมูหมักถึงจะหอมและนุ่ม สำหรับสูตรและวิธีทำผัดซีอิ้วที่ zabwer.com นำมาแนะนำนี้รับรองหอม อร่อย สามารถทำขายได้เลย….
ส่วนผสม

  1. เส้นใหญ่ ถ้าเป็นเส้นแห้งแช่น้ำให้นิ่มแล้วลวกจนสุก ระวังอย่าให้เละ ล้างด้วยน้ำเย็นจากนั้นนำมาคลุกน้ำมันเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เส้นติดกัน 1-1/2 ถ้วย
  2. เนื้อหมูหั่นบางและหมัก ½ ถ้วย
  3. คะน้า (หั่นประมาณ 2-3 นิ้ว นำไปลวก และพักไว้) 3-4 ต้น 
  4. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ 
  5. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  6. ซีอิ้วดำ 1 ช้อนโต๊ะ 
  7. น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาล ½ ช้อนโต๊ะ
  9. เต้าเจี้ยว ¼ ช้อนโต๊ะ
  10. พริกไทยป่นสำหรับโรยหน้าเล็กน้อย
  11. มะนาว ผ่าซีก
วิธีหมักเนื้อหมู
นำเนื้อหมูหั่นบาง ½ ถ้วยมาหมักด้วย กระเทียมบด ½ ช้อนโต๊ะ, น้ำตาล ½ ช้อนโต๊ะ, แป้งมัน ½ ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ, พริกไทยป่น 1/8 ช้อนโต๊ะ, ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันด้วยไฟปานกลาง พอน้ำมันร้อนใส่ไข่ คนเบาๆให้ไข่เป็นแผ่น
  2. ใส่หมูที่หมักแล้ว ผัดจนหมูสุก
  3. เร่งเตาเป็นไฟแรงใส่เส้น ใส่ซีอิ้วดำ เต้าเจี้ยว ผัดให้เร็วและต้องผัดเบาๆ ระวังเส้นขาด
  4. พอซีอิ้วดำคลุกเส้นทั่วและเส้นหอม ให้ใส่น้ำตาลกับน้ำปลาผัดจนแห้ง 
  5. ใส่คะน้าหรือผักอื่นๆ ที่ลวกแล้ว ผัดแค่พอเข้ากัน ตักใส่จานโรยพริกไทยป่นเล็กน้อยเสิร์ฟพร้อมกับมะนาว และน้ำส้มพริกดอง
เคล็ดลับความอร่อย

  • หมูที่หมักแล้วก่อนนำมาผัดจะหอมและนุ่มกว่าใช้เนื้อหมูสด
  • ผักควรลวกก่อนเพราะจะทำให้ผักมีสีเขียวน่าทานและผัดซีอิ้วไม่แฉะ
  • หากต้องการให้เส้นก๋วยเตี๋ยวมีสีดำสวยเสมอกัน ก็ให้นำเส้นก๋วยเดี๋ยวมาคลุกกับซีอิ๊วดำให้เข้ากันก่อนนำไปผัด
  • การผัดซีอิ้วต้องใช้ไฟแรงเส้นจึงจะหอม และอย่าคนเส้นแรง การคนเส้นเบาๆจะทำให้เส้นสวยและไม่ขาด
  • สำหรับคนที่ชอบเส้นหมี่ แนะนำให้ใช้เส้นไวไวแช่น้ำจนนิ่มแต่ไม่ต้องลวก แล้วพักให้สะเด็ดน้ำ ใส่น้ำมันในกระทะมากขึ้นอีกนิดหน่อย ตามสูตรจะประมาณ 1.5 ช้อนโต๊ะ ผัดไฟร้อนเส้นจะนิ่มเอง จากนั้นขั้นตอนทุกอย่างเหมือนกันตามข้างบน
  • ถ้าไม่ชอบผักคะน้า สามารถใส่เป็นกวางตุ้ง บล็อคโคลีหรือแครอทแทนได้




เล้งแซ่บ กระดูกอ่อน ๆ เมนูจากหม้อหุงข้าวสุดซี้ดที่ใครก็ทำได้



          จากที่เคยซื้อเล้งแซ่บจากร้านปากซอย แม้จะอร่อยแต่แอบแพงและเนื้อมีนิดเดียวกินไม่ค่อยอิ่มเท่าไร ถ้าทำเองคงอิ่มกว่าแน่นอน กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำต้มแซ่บเล้งกระดูกอ่อน สูตรจาก คุณ Guyama สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่ทั้งกระดูกเล้งและกระดูกหมู เคี่ยวกับน้ำซุปสมุนไพรในหม้อหุงข้าวจนเปื่อยนุ่ม มาพร้อมวิธีทำน้ำต้มยำสีจัดจ้าน
          ชวนทำ "ต้มแซ่บเล้งกระดูกอ่อน" เมนูง้ายง่ายไม่ต้องซื้อแพงด้วยหม้อหุงข้าวใบเดียว กินได้ทั้งบ้านจ้า โดย คุณ Guyama สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

          ช่วงนี้เมนูยอดฮิตที่เห็นขายกันเยอะมากนั่นคือ "เล้ง" ซึ่งใครเป็นต้นกำเนิดเมนูนี้หรือมีที่มาอย่างไรก็ไม่ทราบ เพราะเกิดมาก็เพิ่งเคยได้ยินตอนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ (เล้ง หรือ เอียวเล้ง หมายถึง กระดูกสันหลังของหมูใช้ทำน้ำซุป) สมัยตอนเป็นเด็ก แม่ไปตลาดร้านเขียงหมูประจำ ถ้าขอ "เล้ง" จากแม่ค้า เขาก็ให้ฟรี ๆ เพราะเป็นส่วนที่ราคาถูกมาก ประมาณกิโลละ 10-15 บาท ส่วนมากมีแต่ร้านอาหารที่ซื้อไปใช้ แต่เดี๋ยวนี้ "เล้ง" ราคาในห้างกิโลละประมาณ 60-70 บาท เวลาต้มเล้งขายก็ประมาณ 35-40 บาท (ราคาแถวออฟฟิศ) ได้กระดูกชิ้นใหญ่มาประมาณ 3 ชิ้น

           ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนชอบกินซุปกระดูกและชอบแทะกระดูกมาก ! แต่ไม่เคยซื้อเล้งมากินเป็นอาหารมื้อหลัก เพราะอย่างแรกคือ "ไม่อิ่ม" เนื้อมันมีแค่นิดเดียวและตัวเองยังแพ้พวกน้ำมะนาวเทียมที่ร้านอาหารนิยมใช้กัน (กินแล้วท้องปั่นป่วน) เลยจัดการลงครัวซื้อเล้งมาชุดหนึ่งและกระดูกซี่โครงอ่อนมาต้มรวมกันกินให้สะใจไปเลย !

          สูตรของเราจะเป็นการแยกน้ำซุปกับน้ำต้มยำออกจากกัน เพื่อที่จะกินได้ทั้งสองแบบ และหากกินเหลือก็สามารถเก็บไว้กินทีหลังได้โดยน้ำซุปไม่เสียรสชาติไปจ้า
ส่วนผสม น้ำซุป
          • กระดูกน้ำซุป
          • กระดูกอ่อนหมู
          • ข่า
          • ตะไคร้
          • ใบมะกรูด
          • กระเทียม
          • รากผักชี
          • พริกไทย
          • ผงปรุงรส
          • ซีอิ๊วขาว
          • น้ำมันหอย
          • ซอสถั่วเหลือง
          • น้ำกระเทียมดอง

          ดูภาพขั้นตอนวิธีทำต้มเล้งแซ่บได้ที่รวมรูปภาพด้านล่างเลยจ้ะ ถ้าถูกใจก็อย่าลืมกดแชร์กันเยอะ ๆ นะคะ

วิธีทำน้ำซุป
          • ทำน้ำซุปโดยนำข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด กระเทียม และรากผักชี ห่อผ้าขาวรวมกันแล้วต้มจนน้ำเริ่มออกสีเขียวจากเครื่องเทศ
          • ใส่กระดูกซี่โครงและกระดูกอ่อนหมูหลังจากน้ำเดือด รอจนน้ำเดือดอีกครั้งใส่พริกไทย ผงปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย ซอสถั่วเหลือง และน้ำกระเทียมดอง
          • เคี่ยวประมาณ 45 นาที หรือถ้าต้องการให้น้ำซุปเข้มข้นมากกว่านั้นเคี่ยวได้นานตามใจชอบ ระหว่างนี้เราไปทำน้ำต้มยำกัน


ส่วนผสม น้ำต้มยำ
          • กระเทียม
          • พริกขี้หนู
          • น้ำปลา
          • น้ำมะนาว

วิธีทำน้ำต้มยำ (เผ็ดจี๊ดแน่นอนวัดจากสีในภาพเจ้าค่ะ)

          • โขลกกระเทียม พริกขี้หนูรวมกัน เติมน้ำปลา มะนาว แล้วคนเข้าด้วยกัน จากนั้นนำมาผสมกับน้ำซุปหากต้องการรับประทานแบบต้มยำ เป็นอันเสร็จเรียบร้อยจ้า

เคล็ดลับ:
          ★ สูตรนี้เป็นสูตรแยกกันระหว่างน้ำซุปกับน้ำต้มยำ เพื่อจะได้สามารถกินได้ทั้งสองแบบ (แบบกินเฉพาะน้ำซุปดั้งเดิมกับกินแบบต้มยำ)
          ★ ยิ่งเคี่ยวนานน้ำซุปจะเข้มข้นและหวานมากขึ้น
          ★ สูตรนี้ใช้ทำน้ำก๋วยเตี๋ยวได้

วิธีทำต้มแซ่บเล้งกระดูกอ่อน


      

กุ้งมะนาวแช่น้ำปลา เมนูกับแกล้มไม่ดิบไม่คาวพร้อมน้ำยำรสแซ่บ



          จากที่เคยสั่งเมนูกุ้งแช่น้ำปลา ตามร้านอาหารทะเล ร้านส้มตำ หรือร้านข้าวต้ม บางเจ้าก็กลิ่นคาวเยอะมากจนกินไม่ลง อีกทั้งเคยเจอกุ้งไม่ค่อยสดเท่าไร เพื่อตัดปัญหาก็ทำกินเองเลยแล้วกัน กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำกุ้งมะนาวแช่น้ำปลา หรือ กุ้งแช่น้ำปลา สูตรอาหาร จาก คุณ Guyama สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับกุ้งแช่โซดาและมะนาวเพื่อให้กุ้งเด้งและล้างสิ่งสกปรก เสร็จแล้วก็ราดน้ำยำรสแซ่บลงไป

จะกินที่ร้านก็กลัวท้องเสีย ทำเองซะเลย ! "กุ้งมะนาวแช่น้ำปลา" เมนูสุดแซ่บ ! สุดจี๊ด ! ทำง่าย ๆ กินได้ปลอดภัยสบายท้อง โดย คุณ Guyama สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

          ช่วงก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์โน่นได้นัดแนะเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่ออฟฟิศไปโซ้ยร้านอาหารอีสานข้างบริษัท นอกจากส้มตำ ไก่ย่าง คอหมูย่าง และสารพันเมนูเผ็ด ที่เด็ดจริง ๆ และขาดไม่ได้เลยคือ "กุ้งแช่น้ำปลา" กุ้งสดขาว ๆ ราดด้วยน้ำยำสุดแซ่บ อื้อหือ !... ชวนน้ำลายแตกฟอง กินแบบไม่กลัวตาย แต่วันรุ่งขึ้นศรีเกือบตายค่ะ ! เพราะท้องเสียเกือบทั้งวัน (ดีที่ไม่เป็นไข้) เดาหลาย ๆ สาเหตุเพราะตัวเองแพ้น้ำมะนาวเทียม กินแล้วปวดบิดท้องหน่วง ๆ อีกทั้งกุ้งเจ้ากรรมก็ไม่รู้ว่าสดหรือถูกสตัฟฟ์ไว้มากี่วัน ยิ่งช่วงนี้อากาศร้อนเสี่ยงอาหารเป็นพิษง่าย

          พอถึงวันหยุดยาวรอบนี้ นึกอยากกินกุ้งแช่น้ำปลาอีกครั้ง แต่ขอลงมือทำเองเพื่อมั่นใจเรื่องความสะอาดและความแซ่บในตัว เฮ้ย ! ในฝีมือของเราละกัน ขอตั้งชื่อเก๋ ๆ ว่า "กุ้งมะนาวแช่น้ำปลา" เพราะเราใช้น้ำมะนาวแท้ ๆ ในการทำน้ำยำเปรี้ยวจี๊ด ! ตัดรสเผ็ดพริกขี้หนู การันตีความสะอาด ทำง้ายง่ายและอร่อยด้วย !

ส่วนผสม กุ้งมะนาวแช่น้ำปลา
          • กุ้งขาว (แกะหัว ปอกเปลือก และนำเส้นดำด้านหลังออก)
          • โซดา
          • กระเทียม
          • พริกขี้หนู
          • น้ำปลา
          • มะนาว
          • น้ำตาลทราย
          • ผักสดสำหรับเคียง

วิธีทำกุ้งมะนาวแช่น้ำปลา
          • นำกุ้งขาวที่เตรียมไว้มาแช่ในน้ำโซดา
          • บีบน้ำมะนาวลงไปครึ่งลูก (หรือหนึ่งลูก ตามปริมาณกุ้ง) แช่ไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างกุ้งด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
          • เมื่อกุ้งโดนกรดจากน้ำมะนาวจะเริ่มเปลี่ยนสีจากเทาไปออกส้มเล็กน้อย
          • นำกระเทียมกับพริกขี้หนู โขลกหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นเติมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย และน้ำอุ่นลงไป กะให้รสชาติออกเปรี้ยวเผ็ดนำ แล้วหวานเค็มตาม (แนะนำว่าให้ออกรสจัดเผ็ด เพราะกุ้งดิบยังคงมีความคาวอยู่ต้องใช้น้ำยำออกรสแรงในการตัดความคาว)


          • นำน้ำยำมาราดบนกุ้ง หรือจะวางแยกไว้จิ้มเป็นน้ำจิ้มแทนก็ได้ตามใจชอบ สามารถรับประทานคู่กับผักอื่น ๆ ตามที่ต้องการได้เลยจ้า

เคล็ดลับ:
          ★ การเลือกกุ้งขาวต้องเลือกกุ้งที่ไม่เละ เนื้อแน่น และต้องไม่มีกลิ่นเหม็น
          ★ เส้นสีดำบนหลังกุ้งคือเส้นอุจจาระ ควรเอาออกทุกครั้งก่อนนำไปปรุงอาหาร
          ★ สูตรนี้สามารถใช้ได้ทั้งกุ้งดิบหรือกุ้งสุก และสามารถทำเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดได้
          ★ สามารถเติมผักอื่น ๆ ได้ตามใจชอบ เช่น มะระ ต้นหอม ขึ้นฉ่าย

วิธีทำกุ้งมะนาวแช่น้ำปลา

          เมนูนี้ทำง่ายทำได้ไม่ยากเลย เพียงไม่กี่ขั้นตอนเราก็จะได้ "กุ้งมะนาวแช่น้ำปลา" รสชาติสุดแซ่บ สุดจี๊ด ไว้ทานเล่นหรือจะเป็นกับแกล้มคู่กับเครื่องดื่มเย็น ๆ ก็ฟินไปอีกแบบ หากใครกลัวท้องเสียก็สามารถใช้กุ้งสุกได้เลยจ้า หรือจะนำไปทำเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดก็แซ่บก็อร่อยได้เหมือนกัน



























ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น