วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561

      ข้าวเหนียวหมูสามชั้นทอดน้ำปลา


          ข้าวเหนียวหมูสามชั้นทอดน้ำปลาเป็นเมนูที่ทำง่ายมาก ๆ แค่หมักหมูกับน้ำปลา และเติมแป้งชุบทอดลงไปหน่อยเพื่อความกรอบ กลิ่นหอมหนักมาเลยเมนูนี้
ส่วนผสม หมูทอดน้ำปลา
          • หมูสามชั้น 500 กรัม
          • น้ำปลาอย่างดี 3-4 ช้อนโต๊ะ
          • พริกไทยป่น (เล็กน้อย)
          • ไข่ไก่ 1 ฟอง
          • ผงปรุงรส (เล็กน้อย)
          • แป้งชุบทอด 5-7 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำเย็น
          • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)
          • น้ำส้มสายชู 1/2 ช้อนโต๊ะ
          • เกลือป่น (เล็กน้อย)
วิธีทำหมูสามชั้นทอดน้ำปลา
          1. ใช้ส้อมจิ้มเนื้อหมูให้ทั่ว หมักหมูกับน้ำปลา พริกไทยป่น และผงปรุงรสหมู เติมแป้งชุบทอด และไข่ไก่ลงไปนวดให้เข้ากัน ระหว่างนวดหมูให้ค่อย ๆ เติมน้ำเย็นลงไปนวดด้วย หมักทิ้งไว้ 30 นาที
          2. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ (กะให้ท่วมชิ้นหมู) ใส่น้ำส้มสายชู และเกลือเล็กน้อยลงในน้ำมันพืช (เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันกระเด็นและไม่ให้หมูติดกระทะขณะทอด)
          3. เปิดไฟแรง พอน้ำมันร้อนให้นำเนื้อหมูลงทอดทีละด้านจนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน หั่นเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟกับข้าวเหนียว
         ทอดมันปลากราย 

          จากที่เคยเอาปลากรายมาทำ​​สูตรอาหารเมนูทอดมันแค่อย่างเดียว ลองเพิ่มเมนูแกงเขียวหวานมากินคู่กันหน่อยดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำทอดมันปลากราย กับแกงเขียวหวาน จับเนื้อปลากรายนวดกับถั่วพูและเครื่องแกงจนเหนียวนุ่มแล้วเอาไปทอดจนสุก ต่อมาก็ทำแกงเขียวหวานปลากรายกลิ่นหอมรสเผ็ดหน่อย ๆ ถ้ากินคู่กันคงฟินไม่น้อยเลยล่ะ
​ตะโกน้อยชวนฝอย อร่อยกับทอดมันปลากราย ตบท้ายด้วยแกงเขียวหวาน โดย คุณมอแกนน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ส่วนผสม ทอดมันปลากราย
  • เนื้อปลากราย 1 กิโลกรัม
  • เครื่องแกง
  • พริกแห้ง
  • น้ำตาล 4 ส่วน 
  • เกลือ 2 ส่วน 
  • ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • ถั่วพู
  • ใบมะกรูดซอย
     
วิธีทำทอดมันปลากราย
ภาพขั้นตอนวิธีทำเพิ่มเติม คลิกดูได้ที่อัลบัมรวมภาพด้านล่างเลยจ้า
  • เนื้อปลากรายล้วนผู้คนนิยมนำมาทำทอดมันกับลูกชิ้น ตะโกจับฟรีซจนเกือบแข็งขึ้นเกล็ด เพื่อให้เนื้อปลาเหนียวขึ้นจึงต้องใช้ความเย็นในการยับยั้งแบคทีเรียที่จะทำให้เนื้อปลาเสื่อมสภาพ เพราะหากเนื้อปลาถูกแบคทีเรียย่อยสลายก็จะทำให้เนื้อปลาไม่เกิดเจล เจลในเนื้อปลาเป็นการเปลี่ยนแปลงของโปรตีน ถ้ารักษาระดับไว้ได้จะทำให้เนื้อปลามีคุณภาพที่ดีเหมือนในขบวนการผลิต Surimi (เนื้อปลาบดแช่แข็ง) นั่นเอง
  • เนื้อปลาที่เป็นเกล็ดน้ำแข็งนำมาหั่นแล้วสับด้วยมีด หรือจะใช้ตำก็ได้เพื่อให้เนื้อปลาเป็นเนื้อเดียวกัน 
  • ใช้น้ำแข็งในอัตราส่วน 7% ใส่ลงไปในเนื้อปลาแล้วตีด้วยเครื่องทุ่นแรง น้ำแข็งบ้านตะโกอยู่ห่างไกลชนบท คนแถวนี้มักจะทำน้ำแข็งกินเองด้วยการใส่น้ำลงในถุงแล้วแช่ฟรีซ ใช้เป็นน้ำแข็งใส่ในน้ำดื่ม ใส่ขนมหวาน หรือแช่ผักให้มีความกรอบขึ้น
  • พริกชี้ฟ้าแห้งจากสมาชิกท่านหนึ่งได้ส่งมาให้ตะโกทำอาหาร ขอบพระคุณมาก ๆ ครับ ถ้าไม่มีพริกแห้งบางช้าง คงทำเมนูนี้ไม่ได้แน่ ๆ
  • ถั่วพูปลูกเอง ออกฝักดก เลือกเอาฝักอ่อน ๆ
  • นำเครื่องปรุงไปตำละเอียด เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในทอดมัน เครื่องปรุงรสใช้น้ำตาล 4 ส่วน เกลือ 2 ส่วน ไข่ไก่ 3 ฟองต่อเนื้อปลา 1 กิโลกรัม
  • ตามด้วยใบมะกรูดหั่นฝอย 
  • แล้วนำไปทอดชิมรสชาติ
  • เมื่อชิมรสชาติได้แล้ว ก็พักไว้ในตู้เย็นก่อนทอด
  • ใช้น้ำมันแตะมือและนิ้วป้องกันเนื้อปลาติด บางท่านอาจจะใช้น้ำเปล่าก็ได้ แต่ตะโกไม่ชอบให้มีน้ำลงไปในตัวทอดมัน จึงใช้น้ำมันพืชแทน
  • รอยนิ้วแนบเนื้อปลา เสมือนว่าแม่ทำให้ รสชาติตรึงจิตใจ เนื้อด้านในเหนียวนุ่มนวล
  • สังเกตได้ที่เนื้อปลาเวลาหั่นครึ่ง ทั้งทอดมันและแกงเขียวหวาน เนื้อปลามีความแน่นตัน ยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งอร่อย ทั้งเหนียวและหนุบหนับ ยิ่งต้องทำให้รีบเคี้ยวแล้วกลืนไว ๆ เพื่อตักชิ้นใหม่มากินต่อ
  • ทอดมันมีความเหนียวของปลาชูโรง รสชาติหอมกลิ่นเครื่องแกง มีความเค็มหวานเผ็ดไม่มาก แกงเขียวหวานหอมกะทิและกลิ่นเครื่องแกงสดครบรส มันหอมเผ็ดหวานตาม เนื้อปลาได้เป็นพระเอกทั้งสองเมนู
     
         ในที่สุดก็มีเมนูกับข้าวมื้อเที่ยงแล้วนั่นคือทอดมันปลากราย ส่วนแกงเขียวหวานปลากรายขอทำกินมื้อเย็นแล้วกัน ใครจะทำทั้งสองอย่างกินพร้อมกันก็เอาที่สบายใจเลยนะคะ
   ไก่ต้มน้ำปลาหม้อหุงข้าว
          ไก่ต้มน้ำปลาทำยังไง ? ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงเด็กหอที่อยากทำเมนูไก่ต้มน้ำปลาเอาไว้ซดน้ำซุปร้อน ๆ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำไก่ต้มน้ำปลาหม้อหุงข้าว สูตรจาก จับเครื่องสมุนไพรใส่ห่อต้มกับน้ำซุปสีเข้ม ปรุงรสด้วยน้ำปลากับซอส ต้มจนเปื่อยนุ่ม จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดยิ่งอร่อย

          อยู่หอพักกับหม้อหุงข้าวใบเดียวก็ทำเมนูสุดเลิศได้ ! "เมนูไก่ต้มน้ำปลา" ทำง้ายง่าย อร่อยด้วย กินได้ทั้งบ้าน โดย คุณ Guyama สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

          อากาศช่วงนี้ค่อนข้างแปรปรวน เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวก็ฝน ทำให้หลายคนเป็นหวัดกันง่าย เลยอยากทำเมนูที่เป็นซุปร้อน ๆ ต้มกับเนื้อเปื่อย ๆ นุ่ม ๆ พวกซุปกระดูกหมูก็ทำบ่อยอยากเปลี่ยนบ้าง พอดีไปเดินตลาดนัดข้างบ้านเห็นแม่ค้ากำลังทำไก่ต้มน้ำปลาสีซอสเข้มซึมถึงเนื้อนุ่ม ๆ กลิ่นหอมมาก ประหลาดใจแน่นอนค่ะ ! สายกินจุอย่างเราตัวคนเดียวจะซื้อกินต่อก็สู้ราคาไม่ไหว เลยจัดการเตรียมวัตถุดิบ กะทำรอบเดียวกินได้หลายมื้อ (เอาให้คุ้มค่าไฟ) ไม่มีเตาถ่าน เตาแก๊สเพราะอยู่หอพักเลยใช้หม้อหุงข้าวเลยละกัน

ส่วนผสม ไก่ต้มน้ำปลา
          • ข่า
          •  ตะไคร้
          • ใบมะกรูด
          • กระเทียม
          • พริกไทย
          • สะโพกไก่ หรือไก่ทั้งตัวตามชอบ
          • ซอสถั่วเหลือง
          • น้ำปลา
          • ซีอิ๊วดำ
          • น้ำมันหอย
          • น้ำตาลมะพร้าว

วิธีทำไก่ต้มน้ำปลา

          ​​​​► ห่อเครื่องต้มน้ำซุป ได้แก่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และกระเทียม ห่อด้วยผ้าขาวบาง นำไปต้มในน้ำเดือด

          ​​​​► ใส่ซอสถั่วเหลือง น้ำปลา และซีอิ๊วดำ

          ​​​​► รอน้ำเดือดใส่สะโพกไก่ น้ำมันหอย และน้ำตาลมะพร้าว

          ​​​​► เคี่ยวประมาณ 45-60 นาที หรือจนไก่นุ่มเป็นอันใช้ได้ เมนูนี้ทำรอบหนึ่งกินได้ประมาณ 4-5 มื้อเลยจ้า ประหยัดได้อีกเยอะเลย ลองทำดูกันได้นะ

เคล็ดลับ:
          • ใช้ไฟกลาง อย่าใช้ไฟแรงเพราะจะไหม้
          • น้ำปลาที่ใช้ประมาณ 1.5-2 ส่วนต่อน้ำ 4 ส่วน และซอสปรุงรสอื่น ๆ ประมาณอย่างละ 1 ส่วน
          • หากไม่มีน้ำตาลมะพร้าวใช้น้ำตาลทรายแทนได้ แต่น้ำตาลมะพร้าวจะให้รสชาติกลมกล่อมมาก

          













ไข่พะโล้ วิธีทำไข่พะโล้ สูตรไข่พะโล้ เมนูไข่
อาหารยอดนิยมสำหรับ วันนี้ ขอนำเสนอ ไข่พะโล้ เมนูอาหารที่ง่ายๆ สามารถหากินเองได้ตามตลาด และ ร้านอาหารข้าวราดแกงทั่วไป ด้วยคุณสมบัติของพะโล้ คือ รสหวาน หอม ไม่เผ็ด จึงเป็นเมนูอาหารที่กินง่าย สามารถกินได้ทุกเพศทุกวัย ทุกศาสนา เคล็ดลับการทำไข่พะโล้ อยู่ที่ การเลือกวัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการปรุงน้ำพะโล้ให้อร่อย หอมสมุนไพร ไข่ต้องใช้ไข่เป็ด ฟองโตๆ ไข่แดงใหญ่ๆ สูตรไข่พะโล้ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูไข่
ส่วนผสมสำหรับทำไข่พะโล้
  • ไข่เป็ด 3-4 ฟอง
  • น้ำมันพืชสำหรับผัด 3 ช้อนโต๊ะ
  • หมูสามชั้น หั่นเป็นชิ้นหนาๆ 1 จาน
  • พริกไทยเม็ดแห้ง 1 ช้อนชา
  • รากผักชีบด 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมบด 1 ช้อนโต๊ะ
  • อบเชย 2 ท่อน
  • โป๊ยกั๊ก 2 ดอก
  • เต้าหู้ทอด หั่นเป็นชิ้นๆ 1 จาน
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
  • ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต้ะ
  • น้ำเปล่า 1 หม้อ
วิธีทำไข่พะโล้
  1. เริ่มจากการเตรียมไข่ก่อน ตั้งหม้อต้ม นำไข่เป็ดลงไปต้ม ใช้ช้อนกวนน้ำให้ไข่วนๆ เพื่อให้ไข่แดงอยู่ตรงกลาง หากใส่ไข่ลงไปแช่เฉยำ ไข่แดงจะติดเปลือก ไม่สวยงาม เมื่อไข่ต้มสุก ให้นำไปแช่น้ำเย็น ให้ไข่หดตัว เวลาปลอกเปลือกจึงง่าย เมื่อได้ไข่ต้มแล้วให้พักเอาไว้ก่อน
  2. เริ่มทำโดย โขรกรากผักชีก กระเทียม และ พริกไทย ให้ละเอียด ตั้งกระทะน้ำมัน ผัดด้วยไฟอ่อนๆ ให้น้ำมันหอมกลิ่นของรากผักชี กระเทียม และ พริกไทย ก่อน จากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงไปผัด คั่วน้ำตาลให้ออกสีน้ำตาล จึงเติมน้ำเปล่าลงไป ให้ท่วมส่วนผสมทั้งหมด
  3. ปรุงรสด้วย ซอสถั่วเปลือง โป็ยกั๊ก และ อบเชย ชิมรสชาติตามใจชอบ
  4. จากนั้นเร่งไฟให้เดือด ใส่หมูสามชั้นลงไปต้ม พอหมูสุกได้ประมาณครึ่งหนึ่ง จึงใส่ไข่เป้ดต้มลงไป
  5. ตุ๋นทิ้งไว้ด้วยไฟอ่อนๆ จนเนื้อหมูนุ่ม และ ไข่เปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล ขั้นตอนนี้ หากน้ำซุปแห้งลงให้เติมน้ำลงไปอย่าให้แห้งขอด
  6. ขั้นตอนสุดท้ายใส่เต้าหู้ทอดลงไป เสริฟใส่ชาม พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับการทำไข่พะโล้
  • สีน้ำตาลของน้ำซุป เป็นสีแบบธรรมชาติ จากน้ำตาลคั่วจนเป็นสีน้ำตาล หลายคนเข้าใจว่าน้ำเปล่า ใส่ซอสหวานสีดำ เป็นส่วนผสม แต่สูตรเด็ด คือ สีน้ำตาลได้มาจากน้ำตาลเคี่ยวไม่ใช่น้ำซอสดำ เพราะรสชาติค่อนข้างต่างกัน
  • ให้นำเครื่องเทศไปคั่วบนกระทะให้หอม ความหอมของเครื่องเทศจะมากขึ้น
  • ไข่สำหรับทำพะโล้ ให้เลือกใช้ไข่เป็ด เนื่องจากไข่ขาวและไข่แดงมีปริมาณมาก เวลาทำเสร็จแล้วไข่เป็ดจะดูสวยกว่า
  • น้ำซุป แนะนำให้ใช้น้ำซุปหมู เนื่องจากเมนูน้ำพะโล้ หากความหวานของเครื่องปรุงผสมกับน้ำซุปหมู จะเพิ่มความกลมกล่อมของอาหารได้มากขึ้น
  • เนื้อหมูที่จะนำไปเคี่ยวนั้น หากใช้เนื้อหมูสามชั้น ให้หมั่นช้อนไขมันออกมา และให้เคี่ยวจนเนื้อนิ่มเลย จะทำให้อร่อยมากขึ้น
  • การต้มไข่ ให้กวนน้ำให้ไข่วนไปมา การกวนน้ำจะทำให้ไข่แดงอยู่ตรงกลางไข่ จะได้ไข่ต้มที่สวยงาม และ การปลอกเปลือกไข่ ให้แช่น้ำเย็นให้ไข่ขาวและเปลือกแยกตัวก่อน จะได้ไข่ต้มที่สวยงาม


ปลากระพงนึ่งมะนาว สูตรปลากระพงนึ่งมะนาว วิธีทำปลากระพงนึ่งมะนาว เมนูปลา



อาหารไทย เมนูอาหารยอดนิยม สำหรับวันนี้ นำเสนอปลานึ่ง เมนูยำ คือ ปลากระพงนึ่งมะนาว เคล็ดลับความอร่อยของเมนูนี้ คือ วัตถุดิบคุณภาพ การเตรียมอาหาร การล้างปลาให้สะอาด เทคนิคการนึ่งปลาให้สุก และ การปรุงรสชาติ สูตรปลากระพงนึ่งมะนาว ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูปลา
ส่วนผสมสำหรับทำปลากระพงนึ่งมะนาว
  • ปลากระพง 1 ตัว ขนาด 500 กรัม
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต้ะ
  • ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำซุปกระดูก 5 ช้อนโต้ะ
  • กระเทียมสดซอย 1 ช้อนโต้ะ
  • พริกขี้หนูสวนซอย 1 ช้อนโต้ะ
  • ผลมะนาว ฝานบางๆ 4 – 5 ชิ้น
  • ผักชีซอยสำหรับโรยหน้า
วิธีทำปลากระพงนึ่งมะนาว
  1. เริ่มจากทำความสะอาด ปลากระพงก่อน  ขอดเกล็ดออกให้หมด ล้างไส้ เอาเครื่องในปลาออกให้หมด อย่าให้เหลือเลือด
  2. เตรียมน้ำซอสราดมะนาว โดย ผสม ซอสถั่วเหลือง น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำซุปกระดูก กระเทียม และ พริกขี้หนูสวน ผสมให้ซอสละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
  3. ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นนำปลาพงไปสะดุ้งน้ำร้อน ล้างปลาให้สะอาด
  4. จากนั้นนำปลากระพงจัดใส่จานสำหรับนึ่งปลา ราดด้วยน้ำซอสมะนาวที่เตรียมเอาไว้ ห่อด้วยพลาสติกฟลอย เจาะรูไว้ให้ความร้อนเข้าไปได้
  5. นำไปนึ่งในหม้อนึ่งเดือดๆ ประมาณ 20 ถึง 30 นาที ให้เนื้อปลาสุก
  6. เสริฟ ปลากระพงนึ่งมะนาวใส่จาน โรยหน้าด้วย ผลมะนาวฝาน และ ผักชี ตามใจชอบ
เคล็ดลับการทำปลากระพงนึ่งมะนาว
  1. การเลือกปลากระพง ให้เลือกปลาขนาดพอดีจาน ไม่ใหญ่เกินไป และ ไม่เล็กเกินไป ที่สำคัญต้องสดๆ ใหม่
  2. การเลือกซื้อปลากระพง ให้ดูที่เหงือกปลา ต้องแดงสด เนื้อปลาแน่น เนื้อเด้ง ไม่มีกลิ่นเน่า จึงจะได้ปลาที่สดๆ
  3. การเตรียมปลากระพง ให้ขอดเก็ดปลา เอาเหงือกออก เอาไส้ และ ล้างเลือกที่ปลาออกให้หมด เทคนิคการล้างปลาให้ใช้เกลือทะเล ล้างเกลือจะช่วยเกาะจับเมือกปลาออก จะทำให้ปลาไม่คาว ส่วนที่ทำให้ปลาคาว คือ เมือกปลา เหงือกปลา และ เลือดปลา
  4. น้ำตาล ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้ำตาลปี๊บ มีความหอมและ อร่อยกว่าการใช้น้ำตาลทราย
  5. เทคนิคการเตรียมปลาสำหรับนึ่ง คือ นำปลาไปสะดุ้งน้ำร้อนก่อน น้ำร้อนจะช่วยล้างเมือกและเลือดที่ติดมากับปลาออก ช่วยให้ปลาไม่คาว
  6. ให้ห่อฟลอยพลาสติก และ เจาะรูให้ความร้อนเข้าได้ การห่อฟลอย จะทำให้น้ำจากไอน้ำไม่เข้าไปผสมกับน้ำซอสที่ปรุงเอาไว้ ทำให้ได้น้ำซอสนึ่งมะนาวที่เข้มค้นอร่อย

     เมนูต้มยำกุ้ง  แม้จะเป็นเมนูสุดคลาสสิกที่ทำได้ไม่ยาก  แต่จะทำให้อร่อยนั้นก็ไม่ง่ายเหมือนกัน โดยเฉพาะต้มยำกุ้งน้ำข้นที่มีหลายสูตร กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำต้มยำกุ้งน้ำข้น สูตรจาก นิตยสาร Gourmet & Cuisine โดยฝีมือของเชฟปอง-ปยุต กองสุวรรณ Executive Head Chef ร้านแหลมเจริญ ซีฟู้ด ความพิเศษคือ น้ำซุปต้มยำใส่กะทิสดเพิ่มความหอมมันคู่กับน้ำพริกเผา ก่อนเสิร์ฟค่อยปรุงรสแล้วค่อยขยำใบมะกรูดเพิ่มกลิ่นหอม 

     ต้มยำกุ้งน้ำข้น จาก นิตยสาร Gourmet & Cuisine

ส่วนผสม ต้มยำกุ้งน้ำข้น      • กุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ 5 ตัว
      • ตะไคร้ 3 ต้น
      • หอมแดงหัวเล็ก 4-5 หัว
      • ข่า 1 แง่ง
      • ใบมะกรูด 2-3 ใบ
      • เห็ดฟาง 8-10 ชิ้น
      • น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
      • กะทิสด 1+1/2 ถ้วยตวง
      • น้ำสต๊อก 2 ถ้วยตวง
      • พริกขี้หนูสวนโขลก 3 ช้อนโต๊ะ
      • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
      • น้ำมะนาว 2+1/2 ช้อนโต๊ะ
      • ผักชีฝรั่ง (สำหรับโรยหน้า)
      • พริกทอด (สำหรับโรยหน้า)

วิธีทำต้มยำกุ้งน้ำข้น     1. ตั้งหม้อ ใส่น้ำสต๊อก ทุบตะไคร้ หอมแดง ข่า และขยี้ใบมะกรูดส่วนหนึ่งใส่ลงในหม้อ 
     2. เมื่อน้ำเริ่มเดือดเป็นฟองใส่เห็ดฟาง ลดไฟลงไม่ให้น้ำเดือดพล่าน
     3. ใส่กะทิ น้ำพริกเผา และกุ้งแชบ๊วย ต้มจนกุ้งสุก
     4. ปิดไฟ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และพริกขี้หนูสวน
     5. ขยี้ใบมะกรูดส่วนที่เหลือลงในหม้ออีกครั้ง โรยผักชีฝรั่งและพริกทอด จัดเสิร์ฟ 

     
























วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561



    สูตรผัดซีอิ๊วหมู รสเด็ด ทำกินได้ทำขายดี

สูตรอาหารจานเดียว "ผัดซีอิ้ว" เป็นเมนูอาหารที่ทำง่ายๆ สะดวก แถมอร่อยอีกต่างหาก ทานกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เคล็ดลับความอร่อยของเมนูผัดซีอิ้วนี้อยู่ที่การผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวให้เข้ากันดีกับเครื่องปรุงและส่วนผสม ส่วนหมูที่ใช้ก็ควรใช้หมูหมักถึงจะหอมและนุ่ม สำหรับสูตรและวิธีทำผัดซีอิ้วที่ zabwer.com นำมาแนะนำนี้รับรองหอม อร่อย สามารถทำขายได้เลย….
ส่วนผสม

  1. เส้นใหญ่ ถ้าเป็นเส้นแห้งแช่น้ำให้นิ่มแล้วลวกจนสุก ระวังอย่าให้เละ ล้างด้วยน้ำเย็นจากนั้นนำมาคลุกน้ำมันเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เส้นติดกัน 1-1/2 ถ้วย
  2. เนื้อหมูหั่นบางและหมัก ½ ถ้วย
  3. คะน้า (หั่นประมาณ 2-3 นิ้ว นำไปลวก และพักไว้) 3-4 ต้น 
  4. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ 
  5. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  6. ซีอิ้วดำ 1 ช้อนโต๊ะ 
  7. น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาล ½ ช้อนโต๊ะ
  9. เต้าเจี้ยว ¼ ช้อนโต๊ะ
  10. พริกไทยป่นสำหรับโรยหน้าเล็กน้อย
  11. มะนาว ผ่าซีก
วิธีหมักเนื้อหมู
นำเนื้อหมูหั่นบาง ½ ถ้วยมาหมักด้วย กระเทียมบด ½ ช้อนโต๊ะ, น้ำตาล ½ ช้อนโต๊ะ, แป้งมัน ½ ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ, พริกไทยป่น 1/8 ช้อนโต๊ะ, ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันด้วยไฟปานกลาง พอน้ำมันร้อนใส่ไข่ คนเบาๆให้ไข่เป็นแผ่น
  2. ใส่หมูที่หมักแล้ว ผัดจนหมูสุก
  3. เร่งเตาเป็นไฟแรงใส่เส้น ใส่ซีอิ้วดำ เต้าเจี้ยว ผัดให้เร็วและต้องผัดเบาๆ ระวังเส้นขาด
  4. พอซีอิ้วดำคลุกเส้นทั่วและเส้นหอม ให้ใส่น้ำตาลกับน้ำปลาผัดจนแห้ง 
  5. ใส่คะน้าหรือผักอื่นๆ ที่ลวกแล้ว ผัดแค่พอเข้ากัน ตักใส่จานโรยพริกไทยป่นเล็กน้อยเสิร์ฟพร้อมกับมะนาว และน้ำส้มพริกดอง
เคล็ดลับความอร่อย

  • หมูที่หมักแล้วก่อนนำมาผัดจะหอมและนุ่มกว่าใช้เนื้อหมูสด
  • ผักควรลวกก่อนเพราะจะทำให้ผักมีสีเขียวน่าทานและผัดซีอิ้วไม่แฉะ
  • หากต้องการให้เส้นก๋วยเตี๋ยวมีสีดำสวยเสมอกัน ก็ให้นำเส้นก๋วยเดี๋ยวมาคลุกกับซีอิ๊วดำให้เข้ากันก่อนนำไปผัด
  • การผัดซีอิ้วต้องใช้ไฟแรงเส้นจึงจะหอม และอย่าคนเส้นแรง การคนเส้นเบาๆจะทำให้เส้นสวยและไม่ขาด
  • สำหรับคนที่ชอบเส้นหมี่ แนะนำให้ใช้เส้นไวไวแช่น้ำจนนิ่มแต่ไม่ต้องลวก แล้วพักให้สะเด็ดน้ำ ใส่น้ำมันในกระทะมากขึ้นอีกนิดหน่อย ตามสูตรจะประมาณ 1.5 ช้อนโต๊ะ ผัดไฟร้อนเส้นจะนิ่มเอง จากนั้นขั้นตอนทุกอย่างเหมือนกันตามข้างบน
  • ถ้าไม่ชอบผักคะน้า สามารถใส่เป็นกวางตุ้ง บล็อคโคลีหรือแครอทแทนได้




เล้งแซ่บ กระดูกอ่อน ๆ เมนูจากหม้อหุงข้าวสุดซี้ดที่ใครก็ทำได้



          จากที่เคยซื้อเล้งแซ่บจากร้านปากซอย แม้จะอร่อยแต่แอบแพงและเนื้อมีนิดเดียวกินไม่ค่อยอิ่มเท่าไร ถ้าทำเองคงอิ่มกว่าแน่นอน กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำต้มแซ่บเล้งกระดูกอ่อน สูตรจาก คุณ Guyama สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่ทั้งกระดูกเล้งและกระดูกหมู เคี่ยวกับน้ำซุปสมุนไพรในหม้อหุงข้าวจนเปื่อยนุ่ม มาพร้อมวิธีทำน้ำต้มยำสีจัดจ้าน
          ชวนทำ "ต้มแซ่บเล้งกระดูกอ่อน" เมนูง้ายง่ายไม่ต้องซื้อแพงด้วยหม้อหุงข้าวใบเดียว กินได้ทั้งบ้านจ้า โดย คุณ Guyama สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

          ช่วงนี้เมนูยอดฮิตที่เห็นขายกันเยอะมากนั่นคือ "เล้ง" ซึ่งใครเป็นต้นกำเนิดเมนูนี้หรือมีที่มาอย่างไรก็ไม่ทราบ เพราะเกิดมาก็เพิ่งเคยได้ยินตอนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ (เล้ง หรือ เอียวเล้ง หมายถึง กระดูกสันหลังของหมูใช้ทำน้ำซุป) สมัยตอนเป็นเด็ก แม่ไปตลาดร้านเขียงหมูประจำ ถ้าขอ "เล้ง" จากแม่ค้า เขาก็ให้ฟรี ๆ เพราะเป็นส่วนที่ราคาถูกมาก ประมาณกิโลละ 10-15 บาท ส่วนมากมีแต่ร้านอาหารที่ซื้อไปใช้ แต่เดี๋ยวนี้ "เล้ง" ราคาในห้างกิโลละประมาณ 60-70 บาท เวลาต้มเล้งขายก็ประมาณ 35-40 บาท (ราคาแถวออฟฟิศ) ได้กระดูกชิ้นใหญ่มาประมาณ 3 ชิ้น

           ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนชอบกินซุปกระดูกและชอบแทะกระดูกมาก ! แต่ไม่เคยซื้อเล้งมากินเป็นอาหารมื้อหลัก เพราะอย่างแรกคือ "ไม่อิ่ม" เนื้อมันมีแค่นิดเดียวและตัวเองยังแพ้พวกน้ำมะนาวเทียมที่ร้านอาหารนิยมใช้กัน (กินแล้วท้องปั่นป่วน) เลยจัดการลงครัวซื้อเล้งมาชุดหนึ่งและกระดูกซี่โครงอ่อนมาต้มรวมกันกินให้สะใจไปเลย !

          สูตรของเราจะเป็นการแยกน้ำซุปกับน้ำต้มยำออกจากกัน เพื่อที่จะกินได้ทั้งสองแบบ และหากกินเหลือก็สามารถเก็บไว้กินทีหลังได้โดยน้ำซุปไม่เสียรสชาติไปจ้า
ส่วนผสม น้ำซุป
          • กระดูกน้ำซุป
          • กระดูกอ่อนหมู
          • ข่า
          • ตะไคร้
          • ใบมะกรูด
          • กระเทียม
          • รากผักชี
          • พริกไทย
          • ผงปรุงรส
          • ซีอิ๊วขาว
          • น้ำมันหอย
          • ซอสถั่วเหลือง
          • น้ำกระเทียมดอง

          ดูภาพขั้นตอนวิธีทำต้มเล้งแซ่บได้ที่รวมรูปภาพด้านล่างเลยจ้ะ ถ้าถูกใจก็อย่าลืมกดแชร์กันเยอะ ๆ นะคะ

วิธีทำน้ำซุป
          • ทำน้ำซุปโดยนำข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด กระเทียม และรากผักชี ห่อผ้าขาวรวมกันแล้วต้มจนน้ำเริ่มออกสีเขียวจากเครื่องเทศ
          • ใส่กระดูกซี่โครงและกระดูกอ่อนหมูหลังจากน้ำเดือด รอจนน้ำเดือดอีกครั้งใส่พริกไทย ผงปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย ซอสถั่วเหลือง และน้ำกระเทียมดอง
          • เคี่ยวประมาณ 45 นาที หรือถ้าต้องการให้น้ำซุปเข้มข้นมากกว่านั้นเคี่ยวได้นานตามใจชอบ ระหว่างนี้เราไปทำน้ำต้มยำกัน


ส่วนผสม น้ำต้มยำ
          • กระเทียม
          • พริกขี้หนู
          • น้ำปลา
          • น้ำมะนาว

วิธีทำน้ำต้มยำ (เผ็ดจี๊ดแน่นอนวัดจากสีในภาพเจ้าค่ะ)

          • โขลกกระเทียม พริกขี้หนูรวมกัน เติมน้ำปลา มะนาว แล้วคนเข้าด้วยกัน จากนั้นนำมาผสมกับน้ำซุปหากต้องการรับประทานแบบต้มยำ เป็นอันเสร็จเรียบร้อยจ้า

เคล็ดลับ:
          ★ สูตรนี้เป็นสูตรแยกกันระหว่างน้ำซุปกับน้ำต้มยำ เพื่อจะได้สามารถกินได้ทั้งสองแบบ (แบบกินเฉพาะน้ำซุปดั้งเดิมกับกินแบบต้มยำ)
          ★ ยิ่งเคี่ยวนานน้ำซุปจะเข้มข้นและหวานมากขึ้น
          ★ สูตรนี้ใช้ทำน้ำก๋วยเตี๋ยวได้

วิธีทำต้มแซ่บเล้งกระดูกอ่อน


      

กุ้งมะนาวแช่น้ำปลา เมนูกับแกล้มไม่ดิบไม่คาวพร้อมน้ำยำรสแซ่บ



          จากที่เคยสั่งเมนูกุ้งแช่น้ำปลา ตามร้านอาหารทะเล ร้านส้มตำ หรือร้านข้าวต้ม บางเจ้าก็กลิ่นคาวเยอะมากจนกินไม่ลง อีกทั้งเคยเจอกุ้งไม่ค่อยสดเท่าไร เพื่อตัดปัญหาก็ทำกินเองเลยแล้วกัน กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำกุ้งมะนาวแช่น้ำปลา หรือ กุ้งแช่น้ำปลา สูตรอาหาร จาก คุณ Guyama สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับกุ้งแช่โซดาและมะนาวเพื่อให้กุ้งเด้งและล้างสิ่งสกปรก เสร็จแล้วก็ราดน้ำยำรสแซ่บลงไป

จะกินที่ร้านก็กลัวท้องเสีย ทำเองซะเลย ! "กุ้งมะนาวแช่น้ำปลา" เมนูสุดแซ่บ ! สุดจี๊ด ! ทำง่าย ๆ กินได้ปลอดภัยสบายท้อง โดย คุณ Guyama สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

          ช่วงก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์โน่นได้นัดแนะเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่ออฟฟิศไปโซ้ยร้านอาหารอีสานข้างบริษัท นอกจากส้มตำ ไก่ย่าง คอหมูย่าง และสารพันเมนูเผ็ด ที่เด็ดจริง ๆ และขาดไม่ได้เลยคือ "กุ้งแช่น้ำปลา" กุ้งสดขาว ๆ ราดด้วยน้ำยำสุดแซ่บ อื้อหือ !... ชวนน้ำลายแตกฟอง กินแบบไม่กลัวตาย แต่วันรุ่งขึ้นศรีเกือบตายค่ะ ! เพราะท้องเสียเกือบทั้งวัน (ดีที่ไม่เป็นไข้) เดาหลาย ๆ สาเหตุเพราะตัวเองแพ้น้ำมะนาวเทียม กินแล้วปวดบิดท้องหน่วง ๆ อีกทั้งกุ้งเจ้ากรรมก็ไม่รู้ว่าสดหรือถูกสตัฟฟ์ไว้มากี่วัน ยิ่งช่วงนี้อากาศร้อนเสี่ยงอาหารเป็นพิษง่าย

          พอถึงวันหยุดยาวรอบนี้ นึกอยากกินกุ้งแช่น้ำปลาอีกครั้ง แต่ขอลงมือทำเองเพื่อมั่นใจเรื่องความสะอาดและความแซ่บในตัว เฮ้ย ! ในฝีมือของเราละกัน ขอตั้งชื่อเก๋ ๆ ว่า "กุ้งมะนาวแช่น้ำปลา" เพราะเราใช้น้ำมะนาวแท้ ๆ ในการทำน้ำยำเปรี้ยวจี๊ด ! ตัดรสเผ็ดพริกขี้หนู การันตีความสะอาด ทำง้ายง่ายและอร่อยด้วย !

ส่วนผสม กุ้งมะนาวแช่น้ำปลา
          • กุ้งขาว (แกะหัว ปอกเปลือก และนำเส้นดำด้านหลังออก)
          • โซดา
          • กระเทียม
          • พริกขี้หนู
          • น้ำปลา
          • มะนาว
          • น้ำตาลทราย
          • ผักสดสำหรับเคียง

วิธีทำกุ้งมะนาวแช่น้ำปลา
          • นำกุ้งขาวที่เตรียมไว้มาแช่ในน้ำโซดา
          • บีบน้ำมะนาวลงไปครึ่งลูก (หรือหนึ่งลูก ตามปริมาณกุ้ง) แช่ไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างกุ้งด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
          • เมื่อกุ้งโดนกรดจากน้ำมะนาวจะเริ่มเปลี่ยนสีจากเทาไปออกส้มเล็กน้อย
          • นำกระเทียมกับพริกขี้หนู โขลกหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นเติมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย และน้ำอุ่นลงไป กะให้รสชาติออกเปรี้ยวเผ็ดนำ แล้วหวานเค็มตาม (แนะนำว่าให้ออกรสจัดเผ็ด เพราะกุ้งดิบยังคงมีความคาวอยู่ต้องใช้น้ำยำออกรสแรงในการตัดความคาว)


          • นำน้ำยำมาราดบนกุ้ง หรือจะวางแยกไว้จิ้มเป็นน้ำจิ้มแทนก็ได้ตามใจชอบ สามารถรับประทานคู่กับผักอื่น ๆ ตามที่ต้องการได้เลยจ้า

เคล็ดลับ:
          ★ การเลือกกุ้งขาวต้องเลือกกุ้งที่ไม่เละ เนื้อแน่น และต้องไม่มีกลิ่นเหม็น
          ★ เส้นสีดำบนหลังกุ้งคือเส้นอุจจาระ ควรเอาออกทุกครั้งก่อนนำไปปรุงอาหาร
          ★ สูตรนี้สามารถใช้ได้ทั้งกุ้งดิบหรือกุ้งสุก และสามารถทำเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดได้
          ★ สามารถเติมผักอื่น ๆ ได้ตามใจชอบ เช่น มะระ ต้นหอม ขึ้นฉ่าย

วิธีทำกุ้งมะนาวแช่น้ำปลา

          เมนูนี้ทำง่ายทำได้ไม่ยากเลย เพียงไม่กี่ขั้นตอนเราก็จะได้ "กุ้งมะนาวแช่น้ำปลา" รสชาติสุดแซ่บ สุดจี๊ด ไว้ทานเล่นหรือจะเป็นกับแกล้มคู่กับเครื่องดื่มเย็น ๆ ก็ฟินไปอีกแบบ หากใครกลัวท้องเสียก็สามารถใช้กุ้งสุกได้เลยจ้า หรือจะนำไปทำเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดก็แซ่บก็อร่อยได้เหมือนกัน